โฟลเดอร์สำหรับคลังสื่อ WordPress
เก็บไฟล์ไว้ที่ไหนก็ได้ตามใจ
Media Folders เติมสิ่งที่คลังสื่อ WordPress ไม่เคยมีให้ นั่นคือโฟลเดอร์จริง ๆ ที่ลากวางได้ ซ้อนชั้นได้ ใส่สีได้ และค้นหาได้ ส่วนเวอร์ชัน Pro ยังย้ายไฟล์ขึ้น Cloudflare R2 หรือคลาวด์ที่รองรับ S3 ให้ด้วย โฟลเดอร์ทั้งหมดเป็นแบบเสมือน ไฟล์จึงไม่ขยับจากที่เดิมและไม่มี URL ไหนเปลี่ยนเลย
ทำไมคลังสื่อถึงเอาไม่อยู่เมื่อไฟล์เกินไม่กี่พัน
WordPress ให้มาแค่ตารางแบนยาวไม่จบ ซึ่งพอไหวตอนมีไฟล์ร้อยเดียว แต่ทรมานเมื่อมีหมื่นไฟล์
กองรวมกันหมด ไม่มีโครงสร้าง
WordPress แท้ ๆ ไม่มีโฟลเดอร์ ทุกภาพ ทุกไฟล์ PDF ทุกวิดีโอที่เคยอัปโหลดมาอยู่ในหน้าสกรอลเดียวกัน เรียงตามวันที่อย่างเดียวเท่านั้น
อัปโหลดครั้งเดียว ได้ไฟล์หลายก้อน
WordPress ย่อภาพเป็นหลายขนาดต่อหนึ่งรูป แล้วธีมกับปลั๊กอินยังลงทะเบียนขนาดเพิ่มอีก คลังสื่อจึงโตเร็วกว่าเนื้อหาที่คุณเผยแพร่จริงหลายเท่า
เซิร์ฟเวอร์เป็นฝ่ายจ่าย
พื้นที่เต็ม สำรองข้อมูลนานขึ้นทุกเดือน และโฮสติ้งคิดค่าพื้นที่แพงกว่า object storage มาก ทั้งที่ไฟล์สื่อเป็นไฟล์นิ่ง ไม่จำเป็นต้องอยู่บนเครื่องที่รันเว็บตั้งแต่แรก
โฟลเดอร์เสมือน จัดระเบียบโดยไม่ขยับไฟล์แม้แต่ไฟล์เดียว
โฟลเดอร์ของ Media Folders เป็นชั้นจัดหมวดหมู่บาง ๆ ที่วางทับคลังสื่อเดิมของคุณ ไฟล์ยังอยู่ตำแหน่งเดิมที่ WordPress วางไว้ ทุก URL ใช้งานได้เหมือนเดิม และถ้าปิดใช้งานปลั๊กอิน เว็บก็กลับไปเป็นเหมือนก่อนติดตั้งทุกประการ
ลาก วาง ซ้อนชั้น
เลือกหลายไฟล์แล้วลากวางลงโฟลเดอร์ได้ทันที ซ้อนโฟลเดอร์ลึกเท่าไรก็ได้ ลากสลับลำดับ เปลี่ยนชื่อในที่ ใส่สี และติดดาวโฟลเดอร์ที่ใช้บ่อย
ย้อนกลับได้ทุกอย่างที่น่ากลัว
การย้ายไฟล์และการลบโฟลเดอร์ย้อนกลับได้ เวลาลบโฟลเดอร์ระบบจะถามก่อนว่าจะให้ไฟล์ข้างในหายไปด้วยไหม และทางที่ลบจริงต้องพิมพ์ยืนยันก่อนเสมอ
โฟลเดอร์ชุดเดียวกันทุกที่
เพราะเชื่อมที่ชั้น media ของ WordPress จุดเดียว แถบโฟลเดอร์จึงโผล่ทั้งในหน้าคลังสื่อและในหน้าต่างเลือกไฟล์ ครอบคลุม Gutenberg, Classic Editor, WooCommerce, Elementor และ Flatsome และไฟล์ที่อัปโหลดใหม่จะลงในโฟลเดอร์ที่คุณเปิดอยู่
วิธีเพิ่มโฟลเดอร์ให้คลังสื่อ WordPress
สามขั้นตอน ไม่ต้องแก้ไฟล์ตั้งค่า ไม่ต้องย้ายฐานข้อมูล และทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยเวอร์ชันฟรี
ติดตั้งปลั๊กอิน
ติดตั้ง Media Folders จาก WordPress.org หรืออัปโหลดไฟล์ zip ของ Pro ที่ Plugins → Add New → Upload แล้วกดเปิดใช้งาน แถบโฟลเดอร์จะปรากฏที่ Media → Library ทันที
สร้างโฟลเดอร์แรกของคุณ
กดปุ่มสร้างโฟลเดอร์ใหม่ จากนั้นคลิกขวาที่โฟลเดอร์ไหนก็ได้เพื่อสร้างโฟลเดอร์ย่อย เปลี่ยนชื่อ ใส่สี หรือติดดาว จะซ้อนกี่ชั้นก็ได้ตามที่คลังของคุณต้องการ
ลากไฟล์เข้าไป
เลือกไฟล์ในตาราง กด shift-click หรือ ctrl-click ได้ตามถนัด แล้วลากไปวางบนโฟลเดอร์ ไฟล์ไม่ขยับบนดิสก์ ถ้าวางผิดก็กดย้อนกลับได้ทันที
ทำไมต้อง Media Folders
โฟลเดอร์เสมือน
จัดโฟลเดอร์คลังสื่อด้วยการลากวาง ไฟล์ไม่ถูกย้ายบนดิสก์ เว็บจึงไม่มีทางพัง — และถอนปลั๊กอินเมื่อไหร่ ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมทุกประการ
ย้ายไฟล์ขึ้นคลาวด์ (Pro)
ย้ายสื่อไป Cloudflare R2 หรือที่จัดเก็บแบบ S3 ทุกเจ้า (S3, Spaces, B2, Wasabi, MinIO) — คัดลอก → ตรวจ checksum → แล้วจึงลบในเครื่อง ย้อนกลับได้ครบ ทั้งรายโฟลเดอร์หรือทั้งเว็บ
ไม่มีอะไรโผล่หน้าเว็บ
ไม่มี CSS หรือ JS บนหน้าเว็บสาธารณะเลย การเขียน URL ใหม่ไม่เพิ่ม query ฐานข้อมูลแม้แต่ครั้งเดียว — ตรวจด้วย Query Monitor ทุกรีลีส
ทำงานร่วมกับทุกอย่างที่คุณใช้
เชื่อมที่ชั้น media ของ WordPress จุดเดียว — Gutenberg, Classic Editor, WooCommerce, Elementor และ Flatsome ได้แถบโฟลเดอร์เดียวกันหมด
เบาแบบมีสัญญาผูกมัด
JS ฝั่งแอดมินไม่ถึง 35KB (gzip) ใต้งบแข็ง 80KB ที่ build จะพังทันทีถ้าเกิน — ไม่มี React ก้อนยักษ์ ไม่มี jQuery UI ไม่มี AWS SDK
ย้ายค่ายง่าย
ตัวนำเข้าจาก FileBird, Real Media Library, HappyFiles, Folders (Premio), Wicked Folders และ Enhanced Media Library — ทำต่อได้ถ้าค้าง และไม่แตะข้อมูลของปลั๊กอินเดิม
ดูการทำงานจริง






ย้ายไฟล์ขึ้น Cloudflare R2 หรือคลาวด์ที่รองรับ S3
Media Folders Pro ย้ายตัวไฟล์ออกจากเซิร์ฟเวอร์ของคุณไปไว้บน Cloudflare R2, Amazon S3, DigitalOcean Spaces, Backblaze B2, Wasabi หรือ MinIO เหตุผลที่เราแนะนำ R2 เป็นตัวแรกมีข้อเดียว คือไม่คิดค่า egress ดังนั้นการเสิร์ฟไฟล์ให้ผู้ชมจึงเหลือแค่ค่าเก็บข้อมูล
คัดลอก
อัปโหลดไฟล์ขึ้นบักเก็ตของคุณก่อน ยังไม่แตะไฟล์ในเครื่องเลย ถ้าขั้นตอนสะดุดกลางคัน จึงไม่มีอะไรเปลี่ยน
ตรวจสอบ
เทียบ checksum ระหว่างไฟล์บนคลาวด์กับไฟล์ต้นทาง ถ้าไม่ตรงกันจะหยุดทันที แทนที่จะเสี่ยงทำต้นฉบับหาย
ปล่อยพื้นที่
ต่อเมื่อตรงกันทุกไบต์เท่านั้น ระบบจึงลบไฟล์ในเครื่องและอัปเดตตารางแม็ป URL
ดึงกลับได้ทุกเมื่อ
สั่งดึงไฟล์กลับมาไว้ที่เซิร์ฟเวอร์เมื่อไรก็ได้ เหมือนเดิมทุกไบต์ จะทำทีละโฟลเดอร์หรือทั้งเว็บก็ได้ การย้ายขึ้นคลาวด์จึงเป็นสิ่งที่ย้อนกลับได้เสมอ
กฎที่ช่วยจัดระเบียบคลังสื่อแทนคุณ
Pro เปลี่ยนโครงสร้างโฟลเดอร์ให้เป็นชั้นกำหนดนโยบาย ความเป็นระเบียบจึงอยู่รอดแม้ทีมจะยุ่งแค่ไหน
กฎจัดไฟล์อัตโนมัติ
ให้ไฟล์ที่อัปโหลดใหม่เข้าโฟลเดอร์เองตามชนิดไฟล์ วันที่ หรือนามสกุล คลังที่เริ่มต้นเป็นระเบียบก็จะเป็นระเบียบต่อไปโดยไม่ต้องมีใครคอยตาม
ที่เก็บแยกตามโฟลเดอร์
ตั้งให้โฟลเดอร์หนึ่งเก็บบนคลาวด์ อีกโฟลเดอร์เก็บในเครื่อง ที่อยู่ของไฟล์จึงเป็นคุณสมบัติของโฟลเดอร์ ไม่ใช่สวิตช์เดียวที่บังคับทั้งเว็บ
สิทธิ์แยกตามโฟลเดอร์
กำหนดว่า role ไหนเห็นหรือแก้ไขโฟลเดอร์ใดได้บ้าง เรื่องนี้เริ่มสำคัญทันทีที่มีคนอัปโหลดมากกว่าหนึ่งคน
ดาวน์โหลด ZIP และรายงานเชิงลึก
ดาวน์โหลดทั้งโฟลเดอร์เป็นไฟล์ ZIP ได้ ทั้งไฟล์ในเครื่องและบนคลาวด์ พร้อมดูพื้นที่แยกตามโฟลเดอร์ การเติบโตตามเวลา สัดส่วนชนิดไฟล์ และรายการไฟล์ใหญ่ที่สุด
ออกแบบมาสำหรับคลังสื่อระดับ 50,000 ไฟล์
ตัวเลขทุกบรรทัดคือค่ามัธยฐานที่วัดจากคลังทดสอบขนาด 50,032 ไฟล์ใน 502 โฟลเดอร์ โดยมี 5,000 ไฟล์ย้ายขึ้นคลาวด์แล้ว เป้าหมายที่ตั้งไว้คือทุกงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์ต้องไม่เกิน 300 มิลลิวินาที
| การทำงาน | มัธยฐาน |
|---|---|
| โหลดโครงสร้างโฟลเดอร์ตามปกติ | 0.4ms |
| เปิดโฟลเดอร์เดียว 40 ไฟล์ | 8.1ms |
| ค้นหาจากไฟล์ทั้งหมด 50,032 ไฟล์ | 23.5ms |
| เรียงตารางตามขนาดไฟล์ | 60.1ms |
| ย้าย 50 ไฟล์เข้าโฟลเดอร์ | 35.3ms |
| หน้าเว็บจริงที่มีภาพจากคลาวด์ 20 รูป | 47.4ms |
วัดแบบแคชเย็นซึ่งเป็นกรณีแย่ที่สุด เอาค่ามัธยฐานจากการรัน 5 ครั้ง วิธีวัดและตัวเลขดิบทั้งหมดอยู่ในรีโปของปลั๊กอิน ส่วนตัวเลขหน้าเว็บจริงคือเวลาเรนเดอร์ทั้งหน้า เพราะการสลับ URL อ่านจากแม็ปที่แคชไว้ จึงไม่เพิ่มคิวรีฐานข้อมูลแม้แต่ครั้งเดียว และมีเทสต์อัตโนมัติยืนยันทุกรีลีส
ไฟล์ JS ฝั่งแอดมินมีขนาดไม่ถึง 35KB (gzip) ภายใต้เพดานตายตัว 80KB ถ้าแก้อะไรแล้วเกิน build จะพังทันที ไม่มี React ก้อนยักษ์ ไม่มี jQuery UI ไม่มี AWS SDK
ย้ายมาจาก FileBird, Real Media Library หรือ HappyFiles
ตัวนำเข้าที่มีมาให้จะสร้างโครงสร้างโฟลเดอร์เดิมของคุณขึ้นใหม่ใน Media Folders นำเข้าค้างไว้แล้วทำต่อได้ รันซ้ำก็ไม่เกิดข้อมูลซ้ำ และไม่แตะข้อมูลของปลั๊กอินเดิมเลย คุณจึงย้อนกลับไปใช้ตัวเก่าได้ตลอด
- FileBird
- Real Media Library
- HappyFiles
- Folders by Premio
- Wicked Folders
- Enhanced Media Library (หมวดหมู่)
ตัวนำเข้าทั้งหมดอยู่ที่ Media → WorkMore Media Folders และมีให้ในเวอร์ชันฟรี
เทียบกับตัวเลือกอื่น
ปลั๊กอินโฟลเดอร์ช่วยจัดระเบียบ ปลั๊กอิน offload ช่วยย้ายไฟล์ขึ้นคลาวด์ Media Folders คือตัวที่ทำทั้งสองอย่าง แปลว่ามีหน้าตั้งค่าเดียว คุยซัพพอร์ตที่เดียว และมีปลั๊กอินให้ดูแลตัวเดียว
| Media Folders | FileBird | WP Offload Media | |
|---|---|---|---|
| โฟลเดอร์คลังสื่อ | ✓ | ✓ | — |
| ย้ายไฟล์ขึ้นคลาวด์ (R2 / แบบ S3) | ✓ Pro | — | ✓ |
| โฟลเดอร์ + คลาวด์ ในปลั๊กอินเดียว | ✓ | — | — |
| กติกาที่จัดเก็บรายโฟลเดอร์ | ✓ Pro | — | — |
| ดึงไฟล์กลับเครื่องได้ครบทุกไบต์ | ✓ | ไม่เกี่ยว | ✓ |
| เขียน URL ทับในฐานข้อมูล | ไม่มีวัน | ไม่เกี่ยว | เลือกได้ |
| ของที่เพิ่มบนหน้าเว็บ | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี |
พูดกันตรง ๆ ถ้าคุณต้องการแค่โฟลเดอร์ และ FileBird ที่ใช้อยู่ก็ทำงานได้ดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องย้ายมา Media Folders จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อคลังสื่อโตจนค่าพื้นที่เริ่มเป็นเงินก้อนจริง หรือเมื่อคุณอยากให้การจัดระเบียบกับที่เก็บไฟล์เป็นเครื่องมือเดียวกัน แทนที่จะเป็นปลั๊กอินสองตัวที่ต่างก็รู้จักไฟล์ของคุณคนละครึ่ง หรือเมื่อคำว่า "ย้อนกลับได้" ต้องเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่แค่คำสัญญาจากผู้ขาย
ตารางนี้สรุปฟีเจอร์หลักของแต่ละปลั๊กอินตามความเข้าใจของเราขณะเขียน — แต่ละตัวทำได้มากกว่าที่ตารางจะบรรจุ
ออกแบบมาให้คุณเลิกใช้ได้
การมัดลูกค้าไว้เป็นการตัดสินใจอย่างหนึ่ง และเราเลือกทางตรงข้าม ทุกส่วนของ Media Folders ถูกออกแบบให้ย้อนกลับได้
ปิดใช้งานแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน
ปิดปลั๊กอินเมื่อไร คลังสื่อก็กลับไปเป็นตารางมาตรฐานของ WordPress ไม่มีไฟล์ถูกย้าย ไม่มี URL ถูกเขียนทับ ไม่มีอะไรต้องตามเก็บกวาด
ลบข้อมูลก็ต่อเมื่อคุณสั่ง
Media Folders จะลบข้อมูลของตัวเองตอนถอนการติดตั้งเฉพาะเมื่อคุณเปิดตัวเลือกไว้ในหน้าตั้งค่า ถ้าเปลี่ยนใจแล้วติดตั้งใหม่ โครงสร้างโฟลเดอร์เดิมก็ยังอยู่ครบ
ข้อมูลในปลั๊กอินเดิมยังอยู่
ตัวนำเข้าคัดลอกโครงสร้างโฟลเดอร์มาโดยไม่แก้ข้อมูลของปลั๊กอินต้นทาง การลอง Media Folders จึงไม่เคยเป็นการเผาสะพานกลับ
เหมาะกับใคร
เอเจนซีและทีมที่ดูแลหลายเว็บ
เว็บลูกค้ามักมาพร้อมไฟล์ที่คนก่อนหน้าอัปโหลดสะสมไว้เป็นปี ๆ โฟลเดอร์บวกสิทธิ์รายโฟลเดอร์ทำให้คลังที่ใช้ร่วมกันหาของเจอ แม้คนหาจะไม่ได้เป็นคนอัปโหลดเอง
ร้านค้า WooCommerce
ภาพสินค้าเพิ่มจำนวนเร็วมาก หลายภาพต่อสินค้าหนึ่งชิ้น และหลายขนาดต่อหนึ่งภาพ ย้ายไฟล์เก่าขึ้น object storage แล้วร้านยังเร็วเหมือนเดิมโดยไม่ต้องลบอะไรทิ้ง
สื่อและบล็อกที่ทำมานาน
บทความสิบปีทิ้งคลังสื่อที่ไม่มีใครค้นเจอไว้ข้างหลัง โฟลเดอร์ การเรียงตามขนาดไฟล์ และหน้ารายงานเชิงลึก ทำให้มันกลับมาเป็นสิ่งที่จัดการได้อีกครั้ง
ราคา
รายปี
- ย้ายไฟล์ขึ้น R2 / ที่จัดเก็บแบบ S3
- กติการายโฟลเดอร์ + จัดหมวดอัตโนมัติ
- ดาวน์โหลดโฟลเดอร์เป็น ZIP (ทั้งไฟล์ในเครื่องและบนคลาวด์)
- แดชบอร์ดวิเคราะห์คลังสื่อ
- ซัพพอร์ตทางอีเมลแบบเร่งด่วน
- อัปเดต + ซัพพอร์ตตลอดอายุไลเซนส์
- ต่ออายุอัตโนมัติ — ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
ตลอดชีพ
- ย้ายไฟล์ขึ้น R2 / ที่จัดเก็บแบบ S3
- กติการายโฟลเดอร์ + จัดหมวดอัตโนมัติ
- ดาวน์โหลดโฟลเดอร์เป็น ZIP (ทั้งไฟล์ในเครื่องและบนคลาวด์)
- แดชบอร์ดวิเคราะห์คลังสื่อ
- ซัพพอร์ตทางอีเมลแบบเร่งด่วน
- อัปเดต + ซัพพอร์ตตลอดไป
- จ่ายครั้งเดียว จบ ไม่ต้องคิดถึงอีก
คำถามที่พบบ่อย
โฟลเดอร์จะย้ายไฟล์หรือเปลี่ยน URL ของผมไหม
ไม่เลย โฟลเดอร์ของ Media Folders คือ taxonomy term ที่ผูกกับไฟล์แนบ ไม่ใช่ไดเรกทอรีบนดิสก์ WordPress ยังเก็บไฟล์ตามโครงสร้างปี/เดือนเหมือนเดิมทุกอย่าง URL เดิม แคช CDN ไฟล์สำรอง และลิงก์ที่ฝังไว้ในเนื้อหาจึงใช้ได้ต่อไปทั้งหมด การจัดระเบียบไฟล์หมื่นไฟล์จึงเป็นการแก้ฐานข้อมูลระดับมิลลิวินาที ไม่ใช่การย้ายไฟล์ที่อาจค้างกลางทาง
ถ้าปิดใช้งานหรือถอนการติดตั้ง Media Folders จะเกิดอะไรขึ้น
การปิดใช้งานแค่ซ่อนโฟลเดอร์ ไฟล์สื่อไม่ถูกแตะต้อง คลังสื่อกลับไปเป็นตารางมาตรฐานของ WordPress ส่วนการถอนการติดตั้งจะลบข้อมูลของ Media Folders ก็ต่อเมื่อคุณเปิดตัวเลือก "ลบข้อมูลตอนถอนการติดตั้ง" ไว้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นโครงสร้างโฟลเดอร์จะยังรออยู่เมื่อติดตั้งใหม่ ถ้าเคยย้ายไฟล์ขึ้นคลาวด์ไว้ ให้ดึงกลับมาไว้ในเครื่องก่อนถอดปลั๊กอิน แล้วเว็บจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย
ต้องซื้อ Pro ก่อนถึงจะมีโฟลเดอร์ใช้ไหม
ไม่ต้อง โฟลเดอร์ การลากวาง การซ้อนชั้น สี การค้นหา การย้ายทีละหลายไฟล์ และตัวนำเข้าทุกตัว อยู่ในเวอร์ชันฟรีบน WordPress.org ส่วน Pro เพิ่มการย้ายไฟล์ขึ้นคลาวด์ กฎและสิทธิ์รายโฟลเดอร์ ดาวน์โหลด ZIP และหน้ารายงานเชิงลึก
ใช้กับ Gutenberg, WooCommerce และ page builder ได้ไหม
ได้ Media Folders ต่อยอดจากหน้าต่างเลือกสื่อมาตรฐานของ WordPress ซึ่ง Gutenberg, Classic Editor, WooCommerce, Elementor และ Flatsome ใช้ร่วมกันอยู่แล้ว จึงไม่มีการเชื่อมต่อเฉพาะรายตัวที่จะพังตามเวลา
จะทำให้หน้าเว็บฝั่งผู้ชมช้าลงไหม
ไม่ ถ้าไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ย้ายไฟล์ขึ้นคลาวด์ Media Folders จะไม่ลงทะเบียน hook ฝั่งหน้าเว็บเลยแม้แต่ตัวเดียว ไม่มี CSS ไม่มี JS และถ้าใช้อยู่ การสลับ URL เป็นเพียงการแทนที่ข้อความจากแม็ปที่แคชและโหลดไว้แล้ว จึงไม่เพิ่มคิวรีฐานข้อมูลเลยสักครั้ง มีเทสต์อัตโนมัติยืนยันข้อนี้ทุกรีลีส และในการวัดผลของเรา หน้าเว็บที่มีภาพจากคลาวด์ 20 รูปเรนเดอร์ทั้งหน้าจบใน 47 มิลลิวินาที
Pro รองรับคลาวด์อะไรบ้าง
Cloudflare R2, Amazon S3, DigitalOcean Spaces, Backblaze B2, Wasabi และ MinIO หรือพูดง่าย ๆ คืออะไรก็ตามที่คุยด้วย S3 API ได้ รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ที่คุณตั้งเอง เราแนะนำ R2 เป็นตัวแรกเพราะไม่คิดค่า egress เว็บที่มีสื่อเยอะจึงจ่ายแค่ค่าเก็บข้อมูล ไม่ต้องจ่ายทุกครั้งที่มีคนเปิดหน้า และคุณยังตั้งให้แต่ละโฟลเดอร์ไปคนละที่ได้ ไม่ต้องตัดสินใจทั้งคลังพร้อมกัน
ดึงไฟล์ที่ย้ายขึ้นคลาวด์กลับมาที่เซิร์ฟเวอร์ได้ไหม
ได้ทุกเมื่อ จะทำทีละโฟลเดอร์หรือทั้งเว็บก็ได้ และไฟล์ที่กลับมาเหมือนเดิมทุกไบต์ เพราะทุกการย้ายทำตามลำดับ คัดลอก ตรวจ checksum แล้วค่อยปล่อยพื้นที่ ไม่ใช่การส่งทางเดียว
รองรับคลังสื่อใหญ่แค่ไหน
ผ่านการวัดผลที่ 50,032 ไฟล์ใน 502 โฟลเดอร์ โดยทุกงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์ใช้เวลาไม่ถึง 300 มิลลิวินาที ส่วนการโหลดโครงสร้างโฟลเดอร์ตามปกติใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งมิลลิวินาทีเพราะอ่านจากแคช
นำเข้าโฟลเดอร์ที่ทำไว้ในปลั๊กอินอื่นได้ไหม
ได้ มีตัวนำเข้าสำหรับ FileBird, Real Media Library, HappyFiles, Folders by Premio, Wicked Folders และหมวดหมู่ของ Enhanced Media Library นำเข้าค้างแล้วทำต่อได้ รันซ้ำก็ไม่เกิดข้อมูลซ้ำ และไม่แตะข้อมูลของปลั๊กอินต้นทางเลย
ไฟล์ที่อัปโหลดไว้ก่อนติดตั้งจะเป็นอย่างไร
ไม่เป็นอะไรเลย และใช้งานได้ทันทีทั้งหมด ไฟล์เดิมจะไปรวมอยู่ในกลุ่ม Uncategorized ซึ่งคุณค้นหา เลือกหลายไฟล์ แล้วลากเข้าโฟลเดอร์ทีเดียวได้เลย ไม่มีขั้นตอนนำเข้าและไม่ต้องนั่งรอสแกนก่อนเริ่มใช้งาน
มันเปลี่ยนวิธีที่ WordPress เก็บไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ไหม
ไม่เปลี่ยน ไฟล์ที่อัปโหลดยังลงในโฟลเดอร์ปี/เดือนใต้ wp-content/uploads เหมือนเดิมทุกประการ นี่คือหัวใจของโฟลเดอร์เสมือน คือการจัดระเบียบที่คุณเห็นใน wp-admin แยกขาดจากโครงสร้างไฟล์จริงบนดิสก์ ทั้งสองฝั่งจึงไม่บังคับกันและกัน
Media Folders รองรับภาษาอะไรบ้าง
ตัวปลั๊กอินมีให้ 10 ภาษารวมภาษาไทย และเว็บไซต์นี้มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย